มฟล. สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ดิจิทัล AITeach ยกระดับทักษะเยาวชนเชียงราย ประเมิน SROI ลงทุน 1 บาท สร้างผลประโยชน์ทางสังคม 2.14 บาท

หมวดหมู่ข่าว: ข่าวสารงานวิจัย rs-ข่าวประชาสัมพันธ์/งานวิจัยที่ได้รับรางวัล

มฟล. สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ดิจิทัล AITeach ยกระดับทักษะเยาวชนเชียงราย ประเมิน SROI ลงทุน 1 บาท สร้างผลประโยชน์ทางสังคม 2.14 บาท

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดย รองศาสตราจารย์ ดร. พรรณฤมล เต็มดี สำนักวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลประยุกต์ ดำเนินโครงการวิจัย “สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนจริงเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองและทักษะการพัฒนาซอฟต์แวร์ กรณีศึกษานักเรียนมัธยมศึกษาในเทศบาลนครเชียงราย” ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาสนับสนุนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการศึกษาและการทำงานในยุคดิจิทัล

พัฒนาระบบและหลักสูตรออนไลน์ เปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้ทักษะดิจิทัล

โครงการได้พัฒนาระบบการเรียนรู้เสมือนจริง AITeach จำนวน 1 ระบบ และหลักสูตรออนไลน์ Pathway to Software Engineering จำนวน 1 หลักสูตร รวม 3 รายวิชา ได้แก่ Introduction to Computer Programming, Introduction to Software Engineering และ Introduction to Object-oriented Design and Programming เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลและการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยผู้เรียนสามารถเข้าถึงระบบผ่านเว็บไซต์ พร้อมคู่มือการใช้งานในรูปแบบวิดีโอ

ผลงานวิจัยได้นำไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย จำนวน 246 คน จาก 3 สถานศึกษาในเขตเทศบาลนครเชียงราย ได้แก่ โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า และโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ผลการศึกษาพบว่าระบบสามารถสนับสนุนการพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของนักเรียนทั้งสองระดับ และส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผลด้านทักษะการเขียนโปรแกรมแตกต่างกันตามระดับของผู้เรียน

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย ครอบคลุมทั้งผู้เรียน สถานศึกษา และสังคม

การประเมินผลลัพธ์และผลกระทบทางสังคมสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์สำคัญจากการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ดังนี้

ด้านนักเรียนและเยาวชน: เพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต พร้อมส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง การแสวงหาความรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ด้านการเข้าถึงการเรียนรู้: มีระบบและหลักสูตรออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านทรัพยากรดิจิทัลได้อย่างยืดหยุ่น สนับสนุนการเรียนรู้ตามความก้าวหน้าและความสามารถของแต่ละบุคคล

ด้านครูและสถานศึกษา: เพิ่มทางเลือกในการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำระบบและหลักสูตรไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล ติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน และออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นฐานที่แตกต่างกัน

ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา: เกิดต้นแบบระบบการเรียนรู้เสมือนจริงและหลักสูตรออนไลน์ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานความรู้สำหรับปรับปรุงระบบ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ และต่อยอดนวัตกรรมทางการศึกษาในอนาคต

ด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล: สนับสนุนการวางรากฐานทักษะด้านเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา เพิ่มความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้อง และสร้างศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน

ด้านการขยายผลทางสังคม: ระบบและหลักสูตรมีศักยภาพที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับสถานศึกษาและกลุ่มผู้เรียนอื่น หากมีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ด้านดิจิทัลในวงกว้าง

ด้านการบริหารจัดการทุนวิจัย: ผลการประเมิน SROI ช่วยแสดงความเชื่อมโยงระหว่างงบประมาณวิจัย ผลผลิต และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการพัฒนาโครงการ ปรับปรุงนวัตกรรม และวางแผนขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยอย่างมีหลักฐานรองรับ

ผลการประเมิน SROI ชี้ให้เห็นความคุ้มค่าของการลงทุนวิจัย

จากรายงานการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) พบว่ามีผลประโยชน์สุทธิรวมตามการประเมิน 1,877,131 บาท โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 1,001,131.07 บาท และอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (BCR/SROI) เท่ากับ 2.14 เท่า หมายความว่า ทุกการลงทุน 1 บาท สามารถสร้างผลประโยชน์ที่ประเมินได้ประมาณ 2.14 บาท ภายใต้กรอบเวลาและสมมติฐานที่กำหนดในการวิเคราะห์

ผลการประเมินดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการลงทุนวิจัยในการสร้างคุณค่ามากกว่าการพัฒนาระบบหรือหลักสูตร โดยเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทักษะของผู้เรียน การสนับสนุนการจัดการศึกษา และการวางรากฐานกำลังคนด้านดิจิทัล ทั้งนี้ การขยายผลในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการติดตามผลการเรียนรู้ การสนับสนุนจากครูและสถานศึกษา ตลอดจนการพัฒนาระบบให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

ผลงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการเพิ่มโอกาสและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ และ SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลที่สนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต

#MFU #มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง #MaeFahLuangUniversity #ResearchImpact #SROI #AITeach #DigitalLearning #SoftwareEngineering #SDG4 #SDG9

 

  • 35 ครั้ง
  • #ส่วนบริหารงานวิจัย