สรุปผลการจัดกิจกรรมโครงการ “การจัดฟอรั่มเชิงรุกสำหรับอุตสาหกรรม”

สรุปผล การจัดกิจกรรมโครงการ “การจัดฟอรั่มเชิงรุกสำหรับอุตสาหกรรม” โดยส่วนบริการงานวิจัย ร่วมกับ โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ในวันอังคาร ที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ห้อง 518 อาคารปรีคลินิก (M3) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนรวมทั้งสิ้น 83 คน แบ่งเป็น -แหล่งให้ทุนวิจัย จำนวน 10 คน -คณาจารย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ จากสถานศึกษา จำนวน 39 คน -ผู้ประกอบการ จำนวน 34 คน รูปแบบของกิจกรรม ภาคเช้า (09.00 – 12.00 น.) แหล่งให้ทุนได้ประชาสัมพันธ์การให้ทุนสนับสนุนการวิจัย โดยมีข้อมูลรายละเอียดของการสนับสนุนฯ ในแต่ละแหล่งทุน ดังนี้  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย - โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (สกว. - พวอ.) Research and Researcher for Industries (RRi) 1. ทุน ป.โท-ป.เอก ผู้ประกอบการออกทุนอย่างน้อย 40,000 สำหรับ ป.โท หรือ 60,000 สำหรับ ป.เอก ทาง พวอ. จะออกค่าเทอม เงินเดือน ค่าใช้จ่ายในการวิจัย ค่าตอบแทนอาจารย์ที่ปรึกษาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จนจบตามหลักสูตร (2 ปี สำหรับ ป.โท 3 หรือ 5 ปี สำหรับ ป.เอก) โดยอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นหัวหน้าโครงการ นักศึกษาผู้รับทุนเป็นนักวิจัยหลัก 2. ทุน SuRF (Supporting Research Funds for Industries) ผู้ประกอบการออกทุน 50% พวอ. ออก 50% ของงบประมาณทั้งโครงการ งบประมาณของโครงการขั้นต่ำ คือ 1 ล้านบาท โดยอาจารย์เป็นหัวหน้าโครงการและผู้วิจัยหลัก 3. ทุน IRF (Industrial-academic Research Fellowship program) ผู้ประกอบการออกทุน 50% พวอ. ออก 25% และมหาวิทยาลัยต้นสังกัดออกทุน 25% โดยอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นหัวหน้าโครงการ นักวิจัยวุฒิป.โท (postmaster) หรือนักวิจัยวุฒิป.เอก (postdoc) เป็นผู้วิจัยหลักและทำงานวิจัยเต็มเวลา (Full time) และรับเงินเดือน 25,000 บาทหรือ 45,000 บาท ติดต่อ: คุณนนทพัทธ์ สื่อเสรีธรรม อีเมล์ ntpsue@gmail.com โทร 097-192- 6292  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย – ฝ่ายอุตสาหกรรม (สกว. - ฝ่ายอุตสาหกรรม) โครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา โดยผู้ประกอบการออกทุน 20% สกว. ออกทุน 80% ภายใต้เงื่อนไขหัวข้อที่ทำต้องอยู่ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ดังนี้ First S-Curve สัดส่วนของงบประมาณ ค่าตอบแทน 40% ค่าใช้สอย 30% ค่าวัสดุ 20% ค่าครุภัณฑ์ 10% 1.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next – Generation Automotive) 2.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) 4.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnolgy) 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) New S-Curve สัดส่วนของงบประมาณ ค่าตอบแทน 30% ค่าใช้สอย 20% ค่าวัสดุ 20% ค่าครุภัณฑ์ 30% 1.อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) 2.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 3.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 4.อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital) 5.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ติดต่อ : คุณวรรณวิษา เชียงใหม่ Email: wanvisa@trf.or.th Tel: 02-278-8243 คุณกิตชัย วรรณวิไล Email: kitchai@trf.orth Tel: 02-278-8200 Ext. 8345  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) 1. คูปองนวัตกรรม - วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,500,000 บาท โดยเน้นไปที่โครงการที่มีความเป็นนวัตกรรม จับต้องได้จริง มีแผนธุรกิจที่ชัดเจนมีความเป็นไปได้ทางธุรกิจสูง จบโครงการเมื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ออกขายจริงสนับสนุนเงินทุนไม่เกิน 75% 2. นวัตกรรมดี...ไม่มีดอกเบี้ย - เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของการสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ในระยะเวลาหนึ่งให้แก่โครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้นสู่กระบวนการผลิตจริง โดยอาจเป็นโครงการที่เกิดจากการขยายผลของการสร้างต้นแบบ หรือการทดสอบนำร่องและพัฒนาออกสู่ตลาดในระยะแรก โดยสถาบันการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. จะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้กับโครงการนวัตกรรมที่ได้รับการประเมินความเป็นนวัตกรรมจาก สนช. ทั้งนี้การสนับสนุนดังกล่าวจะเป็นการเข้าร่วมรับความเสี่ยงและผลักดันให้ภาคเอกชนเกิดโอกาสในการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม โดย สนช. เป็นผู้ชำระดอกเบี้ยเงินกู้แทนผู้ได้รับการสนับสนุนในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ตกลงกันระหว่างสถาบันการเงิน และหลักทรัพย์ค้ำประกันผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และ สนช. สนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้โครงการนวัตกรรมสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ 3. แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน - เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าสำหรับโครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะของการทดสอบยืนยันความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีในขั้นตอนของการทำ ต้นแบบหรือการนำร่อง ซึ่งอาจต่อยอดจากงานวิจัยและพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตรที่มีการรับรองและผ่านการประเมินทางเทคโนโลยี โดยผู้ได้รับการสนับสนุนจะต้องลงทุนในโครงการนวัตกรรม ในรูปของเม็ดเงิน (in-cash) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายโครงการ สนช. สนับสนุนเงินอุดหนุน ในรูปแบบของเงินให้เปล่าไม่เกินร้อยละ 75 ของค่าใช้จ่ายโครงการ ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ(ยกเว้นในกรณีที่ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมการ) และระยะเวลาการสนับสนุนไม่เกิน 3 ปี 4. ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม - เป็นการสนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่าในการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมที่มีลักษณะการพัฒนาโครงการในรูปแบบเครือข่ายวิสาหกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม สมาคม จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับการทำต้นแบบ การทดสอบระดับนำร่อง จนถึงการผลิตในเชิงพาณิชย์ โดย สนช. สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของเงินให้เปล่า ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อโครงการ ระยะเวลาการสนับสนุนไม่เกิน 3 ปี  สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) Talent Mobility มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาจารย์/นักวิจัยเก่งๆ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมาทำงานพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไปควบคู่กับการสอนและวิจัยในมหาวิทยาลัยเพื่อให้องค์ความรู้ได้ถ่ายทอด ออกสู่ภายนอกอย่างสะดวกมากขึ้น โดยผลักดันให้ ครม. มีมติเห็นชอบส่งเสริมบุคคลากรด้านวิทยาศาสตร์ดังนี้ 1. การไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน ถือเป็นการปฏิบัติงานเต็มเวลาของหน่วยงานต้นสังกัด โดยให้นับเป็นอายุราชการหรืออายุงานของหน่วยงานต้นสังกัด 2. การปฏิบัติงานตามข้อ 1 ให้นับเป็นระยะเวลาชดใช้ทุนตามสัญญาด้วย 3. ให้บุคลากรที่ออกปฏิบัติงานดังกล่าว สามารถใช้ผลที่เกิดขึ้นเป็นผลงานในการขอตำแหน่งทางวิชาการหรือตำแหน่งงานอื่น ๆ รวมทั้งการขึ้นเงินเดือน 4. ให้ สวทน. เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นโยบายดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุด โดย สวทน. ได้ประสานงานกับสถาบันการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นอันดับแรกเพื่อผลักดันให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าร่วม และพร้อมกันนี้ก็ให้ทุนส่งเสริมเพื่อช่วยเหลือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนดังนี้ 1. ค่าตอบแทนไม่เกิน 400,000 บาท/โครงการ (รศ. 6,000 บาท/วัน, ผศ. 5,000 บาท/วัน, อาจารย์ 4,000 บาท/วัน) *คิดจากเวลาปฏิบัติงานจริง 2. ค่าใช้จ่ายจ้างวิเคราะห์/ทดสอบ ไม่เกิน 200,000/โครงการ 3. ค่าชดเชยนักวิจัยให้มหาวิทยาลัย เป็นเงินเดือนไม่เกิน 60,000 บาท/โครงการ 4. ค่าตอบแทนนักศึกษา (ป. เอก 12,000 บาท/เดือน, ป. โท 10,000 บาท/เดือน, ป. ตรี 8,000 บาท/เดือน) โดยมีงานวิจัยที่ส่งเสริม 4 ลักษณะได้แก่ 1.การวิจัยและพัฒนา 2.การแก้ปัญหาเชิงเทคนิคและวิศวกรรม 3.การวิเคราะห์ทดสอบระบบมาตรฐาน 4.การจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 1. Innovation and Technology Assistance Program (ITAP) หรือโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนงบประมาณ 50% ของงบประมาณโครงการทั้งหมด โดยไม่เกิน 400,000 บาท/โครงการ (งบประมาณรวมไม่เกิน 800,000 บาท/โครงการ) เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ประกอบการ ในการทำวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โดย ITAP มีศูนย์กระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีผู้เชี่ยวชาญอยู่จำนวนมากพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 2. Industrial Research and Technology Capacity Development Program (IRTC) หรือโครงการพัฒนาขีดความสามารถ ทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่ สนับสนุนงบประมาณ 50% ของงบประมาณโครงการทั้งหมด โดยไม่เกิน 200,000 บาท/โครงการ (งบประมาณรวมไม่เกิน 400,000 บาท/โครงการ) โดยภาคเอกชนต้องสนับสนุนเงินทุนและทรัพยากรที่จำเป็นคิดเป็นมูลค่าอย่างน้อยร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในโครงการ ซึ่งจะต้องเป็นเงินทุน (In-cash) อย่างน้อยร้อยละ 30 และเป็นทรัพยากรที่จำเป็น (In-kind) คิดเป็นมูลค่าได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในโครงการ ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อศูนย์ของ สวทช. ภูมิภาค ภาคบ่าย (13.00 – 16.00 น.) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแนะนำตัว ความถนัดความเชี่ยวชาญ ความสนใจ และประสบการณ์ ในการทำงานวิจัยต่อที่ประชุม โดยเริ่มจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มาจากสถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง,วิทยาลัยเชียงราย,มหาวิทยาลัยพะเยา,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ลำดับต่อมาผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นผู้ประกอบการ แนะนำตัวเอง ลักษณะของกิจการ ความต้องการที่จะพัฒนากิจการ หรือปัญหา ประเด็นที่ต้องการให้แก้ไขหรือพัฒนา (รายละเอียดตามเอกสารประกอบกิจกรรม) โดยมีวิทยากร และแหล่งให้ทุนวิจัยแนะนำช่องทางหรือแนวทางในการขอทุนสนับสนุนงานวิจัย หลักจากนั้นผู้ประกอบการและคณาจารย์/นักวิจัย พบปะกันเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อแก้ปัญหาของกิจการ ปิดกิจกรรมเมื่อเวลา 16.00 น.