MFU Research News – School of Cosmetic Science
ผลงานวิจัยสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ในงาน MFU Research Expo 2025
Chapter #12
ภายใต้ธีม“งานวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน (Well-Being and Sustainable Future)”
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) เตรียมจัดงาน MFU Research Expo 2025 ระหว่างวันที่ 23–24 ธันวาคม 2568 ณ ชั้น 5 อาคาร Educational Park (M-Square) เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ความงาม และนวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพไทย โดยในปีนี้ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง (School of Cosmetic Science) ได้นำเสนอผลงานวิจัยเด่น 2 โครงการ สำคัญที่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเวชสำอางยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพและแนวคิดเศรษฐกิจ BCG อย่างยั่งยืน
.
รหัสโครงการ (FMFC3) - ผลงานที่ 1: สเต็มเซลล์ข้าวไทยเพื่อการชะลอชรา
หัวหน้าโครงการ: รองศาสตราจารย์ ดร.นิสากร แซ่วัน และคณะ
Theme: ด้านขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาตามยุทธศาสตร์ FMFC
งานวิจัย “สเต็มเซลล์ข้าวไทยเพื่อการชะลอชรา” เป็นการต่อยอดทรัพยากรชีวภาพของไทยสู่การสร้างนวัตกรรมเวชสำอางที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยมุ่งศึกษาคุณสมบัติของสารสกัดจากแคลลัสของข้าวไทยสามสายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวมันปู และข้าวเหนียวดำ ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นด้านองค์ประกอบทางชีวเคมี เช่น ฟีนอลิก โปรไซยานิดิน และกรดอะมิโน ที่มีบทบาทสำคัญในการต้านออกซิเดชัน ลดการอักเสบ ต้านกระบวนการสร้างเม็ดสี และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวหนัง
การศึกษาในระดับเซลล์และอาสาสมัครยืนยันว่าสารสกัดจากสเต็มเซลล์ข้าวมันปูให้ผลการชะลอวัยที่โดดเด่นมากที่สุด โดยช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และความกระจ่างใสของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่พบอาการระคายเคือง นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพัฒนาเทคโนโลยีนาโนทรานส์เฟอร์โซม (Nano-Transfersome) เพื่อกักเก็บและเพิ่มการซึมผ่านของสารออกฤทธิ์ ทำให้สารสามารถคงตัวได้ดีและปลดปล่อยออกฤทธิ์ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่าสารสกัดรูปแบบทั่วไปถึงสามเท่า ผลลัพธ์นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “LipoRice Cellular Concentrate” ที่มีระดับความพร้อมเทคโนโลยี (TRL) ระดับ 6 พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมเวชสำอาง
Outcome ที่เกิดขึ้นจริง
ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ LipoRice Cellular Concentrate พร้อมระบบกักเก็บแบบ Nano-Transfersome
เพิ่มมูลค่าข้าวไทยจากวัตถุดิบเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอางระดับพรีเมียม
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสกัดและผลิตให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมความงาม
สร้างองค์ความรู้ที่ช่วยพัฒนาเครื่องสำอางจากวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน
Impact
สนับสนุนเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนผู้ปลูกข้าวไทย
ยกระดับอุตสาหกรรมความงามไทยและความเชื่อมั่นในนวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพ
เสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาเวชสำอางจากธรรมชาติในระดับสากล
.
รหัสโครงการ (FMFC4) - ผลงานที่ 2: ผลิตภัณฑ์ลิควิดคริสตัลครีมที่มีพอลิแซคคาไรด์ฟักทองญี่ปุ่นเป็นส่วนประกอบ
หัวหน้าโครงการ: อาจารย์ ดร.ถวนันท์ ศรีพิสุทธิ์ และคณะ
Theme: ด้านขับเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาตามยุทธศาสตร์ FMFC
งานวิจัยนี้เป็นการนำเทคโนโลยี “ลิควิดคริสตัลครีม” ซึ่งเป็นระบบอิมัลชันที่มีโครงสร้างเลียนแบบชั้นไขมันของผิวหนัง มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพสูงและอ่อนโยน โดยเลือกใช้พอลิแซคคาไรด์สกัดจากฟักทองญี่ปุ่นเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการเก็บกักความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มเรียบของผิว และช่วยเสริมความเสถียรของโครงสร้างลิควิดคริสตัล ทำให้ครีมสามารถซึมซับลงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครีมต้นแบบผ่านการทดสอบความคงตัวในสภาวะสุดขั้ว (ร้อน–เย็นสลับ, เก็บที่หลายอุณหภูมิ) เป็นเวลา 3 เดือนโดยไม่เกิดการแยกชั้นหรือเสื่อมสภาพด้านสี กลิ่น และเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ การทดสอบความปลอดภัยแบบ Single Closed Patch Test ในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และผลประเมินประสิทธิภาพจากอาสาสมัคร 33 คน พบว่าสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวได้อย่างเห็นผล พร้อมได้รับความพึงพอใจในระดับดี ผลการวิจัยนี้ถูกนำไปใช้สร้างสูตรตำรับเครื่องสำอางที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และนำสู่การต่อยอดโดยแบรนด์ Botanisia เพื่อพัฒนาและทดลองตลาดจริง
Outcome ที่เกิดขึ้นจริง
ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบลิควิดคริสตัลครีมที่มีความคงตัวสูงและปลอดภัย
เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น โดยใช้พอลิแซคคาไรด์จากฟักทองญี่ปุ่นอย่างยั่งยืน
แบรนด์ Botanisia นำเทคโนโลยีลิควิดคริสตัลไปพัฒนาผลิตภัณฑ์จริงเพื่อทดลองตลาด
เกิดองค์ความรู้เชิงลึกด้านสูตรตำรับที่สามารถนำไปขออนุสิทธิบัตรและต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม
Impact
สนับสนุนนวัตกรรมเครื่องสำอางไทยด้วยวัตถุดิบธรรมชาติที่ปลอดภัย
เปิดโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าระดับพรีเมียม
ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพและการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า
ยกระดับมาตรฐานความงามไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล
.
ร่วมงาน MFU Research Expo 2025
พร้อมกิจกรรมเสวนาและนิทรรศการจากทุกสำนักวิชา
กิจกรรมสำคัญภายในงาน ได้แก่
บรรยายพิเศษ: “ทิศทางการให้ทุนระบบวิจัยและนวัตกรรม โดยผู้บริหาร สกสว.”
เสวนา: “ทิศทางการพัฒนางานวิจัยในพื้นที่กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)”
เสวนา: “ปัญหาห่วงโซ่ในการจัดการสารปนเปื้อนลุ่มน้ำโขง/น้ำกก”
นิทรรศการผลงานจาก 15 สำนักวิชา และการประกวดรางวัล Platinum Award
นิทรรศการผลงานจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยทั้ง 6 ศูนย์ของ MFU
ขอเชิญคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงร่วมงาน
เพื่อพบกับศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรมของ MFU และร่วมขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย
“มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน (Well-Being and Sustainable Future)”