Excellence Centers มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม ในงาน MFU Research Expo 2025
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) จัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Centers) ภายในงาน MFU Research Expo 2025 ระหว่างวันที่ 23–24 ธันวาคม 2568 ณ ชั้น 5 อาคาร M-Square (Educational Park) เพื่อสะท้อนบทบาทของงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ เศรษฐกิจ และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมจัดแสดงผลงาน ดังนี้
สถาบันศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรมลุ่มน้ำโขง
นำเสนอผลงานวิจัยด้านทุนวัฒนธรรม การออกแบบสร้างสรรค์ และการต่อยอดอัตลักษณ์ลุ่มน้ำโขงสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการงานวิจัย ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ SMEs เครื่องสำอางไทย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
จัดแสดงผลงานด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เครื่องสำอางไทย การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในระดับประเทศ
ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
นำเสนอผลงานวิจัยสมุนไพรไทย ได้แก่ ขมิ้นชัน ทองพันชั่ง ใบบัวบก และกระชายดำ โดยศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านเชื้อแบคทีเรีย เพื่อรองรับการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอางที่มีงานวิจัยรองรับ
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
จัดแสดงผลงานวิจัยการใช้วัสดุเศษเหลือทางการเกษตรจากข้าวโพด มาพัฒนาเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ
สถาบันชาและกาแฟ
นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชาและกาแฟ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยเชื้อรา
จัดแสดงผลงานการพัฒนาวัสดุชีวภาพจากเส้นใยเห็ดและเม็ดสีจากเชื้อรา โดยใช้ทรัพยากรชีวภาพและวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เพื่อต่อยอดสู่นวัตกรรมสีเขียวและอุตสาหกรรมวัสดุทางเลือกในอนาคต
การจัดแสดงผลงานจาก Excellence Centers ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน (Well-Being and Sustainable Future)”