ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการ “การนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการจัดการปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าไปขยายผลในพื้นที่เป้าหมายจากภูมิปัญญาชนเผ่าจังหวัดเชียงราย” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก วช.
หมวดหมู่ข่าว: rs-ข่าวประชาสัมพันธ์/งานวิจัยที่ได้รับรางวัล
SROI 5.02 เท่า กับการพลิกวิกฤตไฟป่า: จากการควบคุมสู่การจัดการโดยชุมชน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หัวหน้าโครงการวิจัย “นิเวศปัญญาชุมชนชาติพันธุ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการ “การนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการจัดการปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าไปขยายผลในพื้นที่เป้าหมายจากภูมิปัญญาชนเผ่าจังหวัดเชียงราย” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
โครงการดังกล่าวเป็นนวัตกรรมเชิงระบบที่พลิกแนวคิดการจัดการไฟป่าจากการควบคุมแบบรวมศูนย์ สู่การบริหารจัดการโดยชุมชนบนฐานองค์ความรู้ (Community-based Fire Management) โดยผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ กลไกทางสังคม และเครื่องมือเชิงพื้นที่ ภายใต้กรอบแนวคิด “9+1” ครอบคลุมตั้งแต่การปรับมุมมองเรื่องไฟ การออกแบบแนวกันไฟ การเฝ้าระวัง การจัดการเชื้อเพลิง และการใช้ข้อมูลแผนที่เพื่อการวางแผนเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์สะท้อนความสำเร็จอย่างชัดเจน โดยสามารถลดจำนวนจุดความร้อน (Hot Spot) จาก 397 จุด เหลือ 130 จุด หรือคิดเป็นการลดลงร้อยละ 67.2 ส่งผลให้ความรุนแรงของไฟป่าและปัญหาฝุ่นควันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ และยกระดับประสิทธิภาพการจัดการไฟในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงาน 27 ชุมชนในจังหวัดเชียงราย
ในมิติทางเศรษฐกิจ โครงการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากกิจกรรมของชุมชน เช่น การเลี้ยงผึ้ง การปลูกกาแฟ การปลูกชา และการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ รวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.59 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลาดตระเวนและควบคุมไฟป่าได้ถึง 324,000 บาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพและลดภาระงบประมาณภาครัฐ
ที่สำคัญ โครงการมีค่า Social Return on Investment (SROI) สูงถึง 5.02 เท่า แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุนด้านการวิจัยที่สามารถสร้างผลตอบแทนเชิงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างรอบด้านในระยะยาว
ความสำเร็จของโครงการยังส่งผลให้ชุมชนมีบทบาทเป็น “ผู้จัดการทรัพยากร” อย่างแท้จริง เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคม และพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้งมิติองค์ความรู้ ปฏิบัติการ สังคม และพื้นที่ ซึ่งสามารถต่อยอดและขยายผลสู่ระดับนโยบายได้อย่างยั่งยืน
อีกทั้ง โครงการยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณในระยะที่ 2 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อขยายผลความสำเร็จสู่พื้นที่เป้าหมายเพิ่มเติม ต่อยอดองค์ความรู้และกลไกการจัดการไฟป่าโดยชุมชนให้ครอบคลุมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้จึงนับเป็นต้นแบบสำคัญของการจัดการไฟป่าแนวใหม่ ที่เปลี่ยน “ไฟ” จากภัยพิบัติ สู่ “ทรัพยากร” ที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสมดุล สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในการเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน (Well-Being and Sustainable Future)”
SDGs ที่เกี่ยวข้อง:
SDG 1 ขจัดความยากจน | SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ | SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน | SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | SDG 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน
School of Liberal Arts MFU สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- 31 ครั้ง
- #ส่วนบริหารงานวิจัย