มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนำเสนอผลงานวิจัย “ฟื้นใจเมืองเชียงแสน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังชุมชนในงาน APPTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ “สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน”

หมวดหมู่ข่าว: rs-ข่าวประชาสัมพันธ์/งานวิจัยที่ได้รับรางวัล

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนำเสนอผลงานวิจัย “ฟื้นใจเมืองเชียงแสน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังชุมชนในงาน APPTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ “สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 4-5 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมวิภาวดี บอลรูม ชั้น L โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเผยผลวิจัย “ฟื้นใจเมืองเชียงแสน” ใช้ Generative AI ต่อยอดทุนวัฒนธรรม สร้างรายได้ชุมชนกว่า 7.39 ล้านบาท มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเข้าร่วมนำเสนอผลการวิจัยในงาน APPTech EXPO 2026 ภายใต้โครงการ “ขยายผลเทคโนโลยีพร้อมใช้สู่การฟื้นใจเมืองเชียงแสนด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก” โดยมี นางพัทธยาพร อุ่นโรจน์ หัวหน้าโครงการวิจัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นผู้นำเสนอผลงาน ในกลุ่มการออกแบบและงานสร้างสรรค์

โครงการดังกล่าวพัฒนากระบวนการ MFU IGAII หรือ MFU Integrating Generative AI to Innovation ซึ่งผสานเทคโนโลยี Generative AI เข้ากับแนวคิด Absorptive Capacity และ Vernacular Design เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาสินค้า บริการ และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของตลาด

โครงการดำเนินงานกับครัวเรือน กลุ่มอาชีพ และผู้ประกอบการสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมจำนวน 112 ครัวเรือนหรือราย ครอบคลุมกลุ่มอาชีพ 8 กลุ่มในพื้นที่ตำบลเวียงและตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ได้แก่ ปิ่นปักผมและเข็มกลัด โคมไฟ ผ้าคลุมไหล่ และผ้ารัดประคด

“”””””””””””””””””””””””””””””””

สร้างรายได้เพิ่มกว่า 7.39 ล้านบาท

“”””””””””””””””””””””””””””””

ผลการประเมินพบว่า การนำเทคโนโลยีและกระบวนการ MFU IGAII มาปรับใช้ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายทั้ง 112 ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้นรวม 7,391,959.70 บาท หรือเฉลี่ย 65,999.64 บาทต่อครัวเรือน พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนรวมได้อีก 197,110 บาท เมื่อพิจารณาข้อมูลในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 40 คนมีรายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 60,000 บาทต่อปีขึ้นไป และหลายรายมีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 100,000-300,000 บาท โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำนวัตกรที่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เปิดตลาด และทำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่สมาชิกในชุมชน

โครงการยังมีผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ ROI เท่ากับ 4.06 และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน หรือ SROI เท่ากับ 6.58 ตามแนวทางของ Social Value International สะท้อนว่าการลงทุนในกระบวนการวิจัยสามารถสร้างผลประโยชน์กลับคืนทั้งในมิติรายได้ การพัฒนาคน และความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

“”””””””””””””””””””””””””””””””””

ยกระดับเทคโนโลยีจากการทดลองสู่การใช้งานต่อเนื่อง

“””””””””””””””””””””””””””””””””””””

นอกจากผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจแล้ว กระบวนการ MFU IGAII ยังได้รับการยกระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี หรือ Technology Readiness Level: TRL จากระดับ 8 ซึ่งเป็นขั้นผ่านการทดลองและสาธิตในสภาพแวดล้อมจริง ไปสู่ระดับ 9 ซึ่งหมายถึงการนำเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการไปใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องกระบวนการทำงานประกอบด้วยการร่วมค้นหาทุนวัฒนธรรม การทดลองใช้ Generative AI ในการออกแบบ การฝึกทักษะด้าน Creative Prompt Design การพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับตลาด โดยสร้างวงจรการเติบโต 4 ด้าน ได้แก่ การร่วมออกแบบกับชุมชน การเชื่อมโยงตลาด การสร้างประสบการณ์และการซื้อซ้ำ และการยกระดับคนควบคู่กับทักษะดิจิทัล

“””””””””””””””””””””””””””””””””

นวัตกรชุมชน 50 คนมีศักยภาพสูงขึ้น

“””””””””””””””””””””””””””””””””

ผลการประเมินนวัตกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 50 คน พบว่าก่อนดำเนินโครงการ มีนวัตกรระดับ 1 จำนวน 14 คน ระดับ 2 จำนวน 13 คน และระดับ 3 จำนวน 23 คน โดยยังไม่มีผู้ที่อยู่ในระดับ 4 ภายหลังการดำเนินงาน ไม่พบผู้เข้าร่วมที่ยังอยู่ในระดับ 1 ขณะที่มีนวัตกรระดับ 2 จำนวน 15 คน ระดับ 3 จำนวน 15 คน และสามารถพัฒนาไปสู่นวัตกรระดับ 4 ได้ถึง 20 คน แสดงให้เห็นว่ากระบวนการไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์ แต่ช่วยพัฒนาความสามารถด้านเครือข่าย การออกแบบ การผลิต การตลาด และการถ่ายทอดความรู้ของคนในพื้นที่ด้วย

ในระดับกลุ่มอาชีพ ผลการประเมินความพร้อมทางสังคม หรือ Social Readiness Level: SRL ของกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากระดับ 2-5 ก่อนเริ่มโครงการ เป็นระดับ 7-9 หลังดำเนินโครงการ สะท้อนถึงการยอมรับและการนำองค์ความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงอย่างเป็นรูปธรรม

.....................................................................................

ต่อยอดสู่ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์และหลักสูตรฝึกอาชีพ

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

ผลการวิจัยยังถูกนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ โดยนวัตกรร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากโครงการ MFU IGAII ซึ่งได้รับการสนับสนุนสถานที่จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 อำเภอเชียงแสน เพื่อใช้เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า พื้นที่เรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และพื้นที่ฝึกประสบการณ์ด้านการเป็นผู้ประกอบการสำหรับเด็กและเยาวชน

ผลิตภัณฑ์จากโครงการยังได้รับการนำไปจัดเป็นชุดของที่ระลึกในกิจกรรมของหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยเปิดช่องทางตลาดใหม่ให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการชุมชน

อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญคือการสนับสนุนหลักสูตรฝึกอาชีพ “โครงการสานไม้สร้างงาน ปั้นทักษะงานไม้สู่ชุมชน” ระยะเวลา 18 ชั่วโมง ผลการประเมินพบว่าผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.5 จาก 5 คะแนน มีผลการทดสอบหลังการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 90.7 และมีคะแนนประเมินชิ้นงานเฉลี่ย 8.8 คะแนน โดยผู้เข้าร่วมสามารถนำทักษะไปลดรายจ่าย สร้างรายได้เสริม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบของชุมชน

การประเมินผลครอบคลุมทั้งระดับ TRL, SRL, รายได้ ต้นทุน ROI และ SROI จึงช่วยเชื่อมโยงผลผลิตทางเทคโนโลยีกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ผลงานส่วนหนึ่งได้รับการนำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ ICT DAMT & NCON 2026 ภายใต้หัวข้อเกี่ยวกับกรอบการออกแบบผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ Generative AI ซึ่งช่วยต่อยอดองค์ความรู้จากพื้นที่เชียงแสนไปสู่การแลกเปลี่ยนในวงวิชาการระดับนานาชาติ

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””

ผลการวิจัยจึงสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในการใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นผลิตภัณฑ์ รายได้ กระบวนการเรียนรู้ และกลไกการพัฒนาที่ชุมชนสามารถดำเนินการต่อได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

“””””””””””””””””””””””””””””””””

งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ ววน. โดยจากตราสัญลักษณ์ในเอกสารกำหนดการ มีหน่วยงานสำคัญร่วมดำเนินงาน ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กองทุนส่งเสริม ววน. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. รวพ. และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ หรือ บพท. ตลอดจนเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั่วประเทศ

“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

กิจกรรมครั้งนี้เป็นเวทีนำเสนอรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ระยะ 12 เดือน ภายใต้กรอบการวิจัย “การขยายผลวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีเป้าหมายสำคัญให้ครัวเรือนในชนบทและผู้ประกอบการในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ ตั้งเป้าหมายครอบคลุม 12,000 ครัวเรือน และเพิ่มรายได้สุทธิอย่างน้อย 5,000 บาทต่อเดือนภายในระยะเวลา 2 ปี

วัตถุประสงค์หลักของงานคือการติดตามและประเมินผลโครงการวิจัยจำนวน 87 โครงการ ให้ดำเนินงานตรงตามเป้าหมายและก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่กำหนด โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยนำเสนอผลงานในรูปแบบ Pitching พร้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำไปทบทวนและพัฒนาการดำเนินงานให้สามารถสร้างรายได้และผลกระทบต่อครัวเรือนและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

APPTech EXPO 2026 มีความสำคัญทางวิชาการมากกว่าการเป็นเพียงงานแสดงนวัตกรรม เนื่องจากเป็นเวทีที่เชื่อมโยงกระบวนการวิจัย การประเมินผล และการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเข้าไว้ด้วยกัน โครงการที่เข้าร่วมนำเสนอจะต้องแสดงให้เห็นทั้งกระบวนการดำเนินงาน ผลผลิต และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายในสัญญารับทุน

  • 9 ครั้ง
  • #ส่วนบริหารงานวิจัย