มฟล. ต่อยอดข้าวสีงอกและเส้นใยเห็ด พัฒนา “แครกเกอร์เสริมพรีไบโอติก” เพื่อผู้สูงอายุ ผลประเมิน SROI สูงถึง 2.24 เท่า
หมวดหมู่ข่าว: rs-ข่าวประชาสัมพันธ์/งานวิจัยที่ได้รับรางวัลมฟล. ต่อยอดข้าวสีงอกและเส้นใยเห็ด พัฒนา “แครกเกอร์เสริมพรีไบโอติก” เพื่อผู้สูงอายุ ผลประเมิน SROI สูงถึง 2.24 เท่า
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เดินหน้าผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ผ่านโครงการ “การผลิตแครกเกอร์เสริมพรีไบโอติกเพื่อชะลอการสมองเสื่อมสำหรับผู้สูงอายุจากข้าวสีงอกและเส้นใยเห็ด (ปีที่ 2)” โดยมี ผศ.ดร.สุนิตา แจ่มยวง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นหัวหน้าโครงการ มุ่งนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และโภชนเภสัชศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชันจากวัตถุดิบในประเทศ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและต่อยอดสู่ภาคธุรกิจ
โครงการดังกล่าวมีแนวคิดจากการนำ ข้าวไรซ์เบอร์รี่และข้าวสีงอก ซึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย มาพัฒนาร่วมกับ เส้นใยเห็ดนางฟ้า จากฟาร์มเห็ดท้องถิ่น ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการเลี้ยงเชื้อแบบ Solid State Fermentation ก่อนนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แครกเกอร์เสริมพรีไบโอติก โดยมีการศึกษาคุณสมบัติทางโภชนาการ ฤทธิ์ทางชีวภาพ คุณสมบัติด้านพรีไบโอติก และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์
ผลประเมิน SROI ชี้ งานวิจัยสร้างมูลค่าเกินกว่าการลงทุน
ผลการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของโครงการสะท้อนให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนวิจัย โดยการประเมินผลถึงปัจจุบัน หรือ Ex-post Evaluation พบว่า โครงการมีอัตราผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) อยู่ที่ 1.53 เท่า ขณะที่การคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคตถึงปี พ.ศ. 2571 หรือ Ex-ante Evaluation พบว่า SROI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 2.24 เท่า
กล่าวได้ว่า ทุกการลงทุน 1 บาทในโครงการ สามารถสร้างมูลค่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้ 1.53 บาทในปัจจุบัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 2.24 บาทในอนาคต สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องหลังจากสิ้นสุดการดำเนินโครงการ
จากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์
หนึ่งในผลผลิตสำคัญของโครงการ คือ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบแครกเกอร์เสริมพรีไบโอติก จำนวน 1 สูตร พร้อมข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านพรีไบโอติก โภชนเภสัช และฤทธิ์ทางชีวภาพ รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแนวทางสำหรับการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน
สร้างประโยชน์เชื่อมโยง 6 กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ผลกระทบของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ แต่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ได้แก่ ผู้สูงอายุในชุมชน เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผู้ประกอบการอาหารสุขภาพและอาหารเสริม นักวิจัยและนักศึกษา ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มฟล. รวมถึงหน่วยงานด้านสาธารณสุขและอุตสาหกรรมอาหาร
สำหรับกลุ่มเกษตรกร การนำข้าวไรซ์เบอร์รี่ในพื้นที่มาใช้เป็นวัตถุดิบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าและสร้างตลาดรองรับผลผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตเบต้ากลูแคนภายในประเทศ ซึ่งมีศักยภาพในการช่วยลดต้นทุนเมื่อเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน นักวิจัยและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับการพัฒนาทั้งองค์ความรู้และทักษะด้านการวิจัย ขณะที่ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มฟล. ได้มีส่วนสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยผ่านการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางวิชาการ
สร้างผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ทรัพยากร
ในมิติทางเศรษฐกิจ โครงการก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรในท้องถิ่น และสร้างโอกาสให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฟังก์ชันในพื้นที่
ด้านสังคม โครงการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีศักยภาพในการช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักศึกษา
ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร โครงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ โดยนำข้าวไรซ์เบอร์รี่จากเกษตรกรและเส้นใยเห็ดจากฟาร์มท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่วยเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ และลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ
งานวิจัยที่ยังมีศักยภาพสร้างผลกระทบเพิ่มขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ การประเมิน SROI ของโครงการยังไม่ได้รวมผลประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุออกมาเป็นมูลค่าทางการเงิน เนื่องจากจำเป็นต้องมีข้อมูลติดตามผลในระยะยาว และต้องเปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กับกลุ่มควบคุม ดังนั้น มูลค่าผลประโยชน์ที่ประเมินได้ในครั้งนี้จึงเป็นการประมาณการอย่างระมัดระวัง และยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นเมื่อมีข้อมูลผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ชัดเจนในอนาคต
โครงการ “การผลิตแครกเกอร์เสริมพรีไบโอติกเพื่อชะลอการสมองเสื่อมฯ” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ในหลายมิติ ตั้งแต่ การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน การสร้างโอกาสทางธุรกิจ การต่อยอดทุนวิจัย ไปจนถึงการสร้างประโยชน์แก่ผู้สูงอายุและสังคม สอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบต่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
- 25 ครั้ง
- #ส่วนบริหารงานวิจัย